เพิ่งมีเวลาจะมาเล่า ได้รับเลือกให้ไปดูงานที่ต่างประเทศค่ะ หลังจากกระดี้กระด้าดีใจฝันเฟื่องว่าจะได้ไปท่องแดนยุโรป หรือเหยียบเอเซียไฮโซอย่างญิ่ปุ่น ก็ต้องงงเป็นไก่ตาแตกที่รู้ว่า ต้องไปดูงานที่อินเดีย คำถามแรกที่มีมาในใจ คือ ดูทำไมวะ แต่หลังจากปรับตัวปรับใจได้ว่า ประเทศประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างอินเดีย มันก็ต้องมีอะไรน่าดูน่าศึกษาบ้างแหละ ก็พร้อมลุย..
ลุย ลุย แล้วก็เหี่ยว เพราะหลังจากบอกเล่าเก้าสิบปากโป้งบอกคนโน้นคนนี้ ทุกคนต่างส่ายหัว และแจ้งคำเตือนทั้งเรื่องอาหาร การกิน ที่อยู่ การซื้อของ และ บลา บลา บลา เล่นเอาฝ่อไปอีกรอบ แต่ก็เอาล่ะ ปรับตัวปรับใจมองโลกแง่ดีว่า ไม่จิ้ง ไม่จิง แล้วก็... พร้อม ... เฮ้อ ไงก็ต้องไป ...
โดยสายการบินรักคุณเท่าฟ้า จะไปเมืองบังกะลอร์ เมืองไอทีสุดแสนจะทันสมัยของอินเดีย จากข้อมูล เมืองนี้อยู่ในระหว่างการพัฒนาเป็นศูนย์กลางไอทีที่จะเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดของเอเซีย และเพิ่งรู้ว่า นักไอทีเก่งๆ ของโลก ส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายอินเดีย ในระหว่างการเดินทางเห็นเด็กไทยรุ่นมัธยมทั้งชายหญิงจำนวนหนึ่งบินมากับเที่ยวบินนี้ด้วย เลยชวนให้สงสัยว่า มาทำไมกัน ในที่สุดก็รู้ว่า อ๋อ เด็กพวกนี้เขามาเรียนกันที่อินเดียนั่นเอง ประมาณว่า เรียนระดับมาตรฐานอังกฤษ แต่ราคาประมาณโรงเรียนเอกชนดีๆ ที่เมืองไทย ที่สำคัญ พ่อแม่ส่วนใหญ่ที่ส่งมาไม่ต้องกลัวลูกจะเสียเด็ก เพราะอะไรเหรอคะ ติดตามต่อ...
ในที่สุดก็เหยียบเมืองบังกะลอร์จนได้ หลังจากผ่าน ตม.แขกหน้าดุแล้ว ก็ขอไปเข้าห้องน้ำ และในที่สุด ก็พบแล้ว คำเตือนมรณะข้อที่ 1

ที่นี่คือ ห้องน้ำที่สนามบินเมืองบังกะลอร์ที่ว่าเป็นเมืองไอทีสุดแสนทันสมัยค่ะ ด้านในไม่มีน้ำกดนะคะ ใช้กระป๋องเก่าๆ รองน้ำแล้วราดเอา ทำให้นึกถึงสภาพปั๊มน้ำมันของบ้านเราเมื่อหลายปีก่อนค่ะ แต่เดี๋ยวนี้หาไม่ค่อยมีแล้ว แต่เห็นอย่างนี้ในวันแรก ขอบอกว่าเล่นเอาเครียดค่ะ
หลังจากผ่านพ้น ก็ขึ้นรถที่เขาจัดมาไปสู่โรงแรมที่พักในยามค่ำคืน ค่อยยังชั่วค่ะ ที่โรงแรมเป็นโรงแรมที่ดี สะอาดมาก พอลบล้างฝันร้ายเมื่อครู่นี้ได้

เห็นสภาพโรงแรมแล้ว ขอหลับเพื่อลืมฝันร้ายก่อนนะคะ ก่อนที่จะต้องพบกับ ด่าน Bull Temple และ ผจญภัยกับ Indian Food ค่ะ ในวันที่สอง บายค่ะ
edit @ 2006/12/10 15:56:42