2006/Dec/10

เพิ่งมีเวลาจะมาเล่า ได้รับเลือกให้ไปดูงานที่ต่างประเทศค่ะ หลังจากกระดี้กระด้าดีใจฝันเฟื่องว่าจะได้ไปท่องแดนยุโรป หรือเหยียบเอเซียไฮโซอย่างญิ่ปุ่น ก็ต้องงงเป็นไก่ตาแตกที่รู้ว่า ต้องไปดูงานที่อินเดีย คำถามแรกที่มีมาในใจ คือ ดูทำไมวะ แต่หลังจากปรับตัวปรับใจได้ว่า ประเทศประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างอินเดีย มันก็ต้องมีอะไรน่าดูน่าศึกษาบ้างแหละ ก็พร้อมลุย..

ลุย ลุย แล้วก็เหี่ยว เพราะหลังจากบอกเล่าเก้าสิบปากโป้งบอกคนโน้นคนนี้ ทุกคนต่างส่ายหัว และแจ้งคำเตือนทั้งเรื่องอาหาร การกิน ที่อยู่ การซื้อของ และ บลา บลา บลา เล่นเอาฝ่อไปอีกรอบ แต่ก็เอาล่ะ ปรับตัวปรับใจมองโลกแง่ดีว่า ไม่จิ้ง ไม่จิง แล้วก็... พร้อม ... เฮ้อ ไงก็ต้องไป ...

โดยสายการบินรักคุณเท่าฟ้า จะไปเมืองบังกะลอร์ เมืองไอทีสุดแสนจะทันสมัยของอินเดีย จากข้อมูล เมืองนี้อยู่ในระหว่างการพัฒนาเป็นศูนย์กลางไอทีที่จะเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดของเอเซีย และเพิ่งรู้ว่า นักไอทีเก่งๆ ของโลก ส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายอินเดีย ในระหว่างการเดินทางเห็นเด็กไทยรุ่นมัธยมทั้งชายหญิงจำนวนหนึ่งบินมากับเที่ยวบินนี้ด้วย เลยชวนให้สงสัยว่า มาทำไมกัน ในที่สุดก็รู้ว่า อ๋อ เด็กพวกนี้เขามาเรียนกันที่อินเดียนั่นเอง ประมาณว่า เรียนระดับมาตรฐานอังกฤษ แต่ราคาประมาณโรงเรียนเอกชนดีๆ ที่เมืองไทย ที่สำคัญ พ่อแม่ส่วนใหญ่ที่ส่งมาไม่ต้องกลัวลูกจะเสียเด็ก เพราะอะไรเหรอคะ ติดตามต่อ...

ในที่สุดก็เหยียบเมืองบังกะลอร์จนได้ หลังจากผ่าน ตม.แขกหน้าดุแล้ว ก็ขอไปเข้าห้องน้ำ และในที่สุด ก็พบแล้ว คำเตือนมรณะข้อที่ 1



ที่นี่คือ ห้องน้ำที่สนามบินเมืองบังกะลอร์ที่ว่าเป็นเมืองไอทีสุดแสนทันสมัยค่ะ ด้านในไม่มีน้ำกดนะคะ ใช้กระป๋องเก่าๆ รองน้ำแล้วราดเอา ทำให้นึกถึงสภาพปั๊มน้ำมันของบ้านเราเมื่อหลายปีก่อนค่ะ แต่เดี๋ยวนี้หาไม่ค่อยมีแล้ว แต่เห็นอย่างนี้ในวันแรก ขอบอกว่าเล่นเอาเครียดค่ะ

หลังจากผ่านพ้น ก็ขึ้นรถที่เขาจัดมาไปสู่โรงแรมที่พักในยามค่ำคืน ค่อยยังชั่วค่ะ ที่โรงแรมเป็นโรงแรมที่ดี สะอาดมาก พอลบล้างฝันร้ายเมื่อครู่นี้ได้

เห็นสภาพโรงแรมแล้ว ขอหลับเพื่อลืมฝันร้ายก่อนนะคะ ก่อนที่จะต้องพบกับ ด่าน Bull Temple และ ผจญภัยกับ Indian Food ค่ะ ในวันที่สอง บายค่ะ


edit @ 2006/12/10 15:56:42

2006/Jun/07

รอบเดือนเพิ่งหมดไปค่ะ โล่งใจจริงๆ (ทั้งมาและทั้งหมด 555) ปัญหาที่รับมือยากสุดเวลามีประจำเดือน หรือ ปจด เป็นเรื่องของอาการก่อนมีรอบเดือน หรือเรียกย่อๆ ว่า pms

1. สิวขึ้น - มักจะเป็นหนึ่งสัปดาห์ก่อนเกิดอาการ pms เพราะฮอร์โมนตัวที่กระตุ้นให้ไข่ตกจะส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมัน ทำให้รูขุมขนอุดตันและเป็นสิวค่ะ ช่วงนี้ทำอะไรไม่ได้ นอกจากพยายามดูแลหน้าให้สะอาดและไม่ไปแกะหรือบีบสิว เพราะพอรอบเดือนหมด สิ่งที่ตามมาคือ แผลเป็น

2. ตัวบวม - ยังหาสาเหตุของอาการดังกล่าวไม่ได้ แต่เป็นไปได้ว่าเกิดจากผลของฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นในช่วงหนึ่งสัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน ที่ส่งผลต่อการเก็บกักน้ำของร่างกาย ระหว่างนี้ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าให้กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ (ถ้าไม่ใช่ช่วงนี้ต้องกินหรือเปล่า ??? ) เลือกกินผักผลไม้เข้าไว้ และเลี่ยงอาหารที่มีส่วนผสมของเกลือ

3. อารมณ์หงุดหงิด - หาสาเหตุไม่ได้เช่นกัน (อืม... ชักหงุดหงิดแล้วสิ หาสาเหตุไม่ได้ซ้ากอย่าง 555) แต่สันนิษฐานว่า ช่วง pms สารเซโรโทนินส่งผลให้อารมณ์ดีต่ำลง เราจึงรู้สึกกระวนกระวาย เศร้าสร้อยและหงุดหงิดง่าย ทางแก้ที่นักวิชาการแนะนำ คือ ออกกำลัง 45 นาทีในหนึ่งวันจะช่วยเพิ่มระดับเอนดอร์ฟีน ทำให้กระตุ้นอารมณ์ให้ดีขึ้น

กรณีนี้ ใครมีทางแก้วิธีอื่น ก็แนะนำกันมาบ้างนะคะ จะขอจำไปใช้

4. อยากอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล เพราะสารเซโรโทนินในข้อ 3 ที่ต่ำลง ร่างกายจะอยากอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลเพื่อให้รู้สึกแช่มชื่นขึ้น เพราะคาร์โบฯ มีส่วนช่วยในการเพิ่มสารเซโรโทนิน จึงควรเลือกกินที่อร่อยแต่ดีต่อสุขภาพหน่อย เช่น ขนมปังกรอบที่ทำจากแป้งโฮลวีท เป็นต้น (ทำได้ยากจัง)

เฮ้อชักเครียด ข้อ 2 บอกให้กินอาหารมีประโยชน์ ข้อ 4 บอกให้กินแป้งและน้ำตาลจะได้ช่วยอาการข้อ 3 แต่ถ้ากินข้อ 4 ก็ขัดแย้งกับข้อ 2 เพราะหายากที่จะเลือกอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลที่จะมีประโยชน์ พอจะเข้าใจคำที่คนโบราณเขาว่าซะแร้ว ว่า "เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก" จริง จริ้ง

(ข้อมูลจากนิตยสาร Seventeen เดือนมิถุนายน 2549)

2006/Jun/04

จากนิตยสาร ELLE ประจำเดือนมิถุนายน 2549ในหัวข้อ "เรื่องไหนที่ผู้ชายแคร์"ทำให้เพิ่งจะรู้ว่า จริงๆ แล้วเรามักจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้ชายมักให้ความสนใจ เช่น ผู้หญิงมักพยายามทำให้ใต้วงแขนขาวขึ้น เพราะคิดว่าผู้ชายส่วนใหญ่พิสมัยวงแขนอันขาวนวล ในขณะที่ในความเป็นจริง คงจะมีผู้ชายเพียงแค่ประมาณร้อยละ 0.25 ที่สนใจเท่านั้น

หรือกรณีของรูปร่าง ผู้หญิงพยายามลดน้ำหนักให้มีหุ่นเหมือนนางแบบ เพราะเข้าใจว่าผู้ชายชอบ แต่จากการสัมภาษณ์ผู้ชายหลายคนที่มีอายุอยู่ในช่วง 30 ปี กลับปรากฏว่า สิ่งที่ผู้ชายต้องการคือ ผู้หญิงที่มีทรวดทรงและมีเนื้อมีหนังมากกว่า หรือการวิ่งตามแฟชั่นของผู้หญิงเพื่อแต่งตัวให้ผู้ชายสนใจนั้น จริงๆ แล้วไม่ได้ผล เพราะผู้ชายส่วนใหญ่นั้นไม่แคร์เรื่องแฟชั้นเท่าไหร่ ไม่สนใจจะเรียนรู้เทรนด์ และไม่ชอบให้แฟนแต่งตัวเปิดเผย ( แต่ชอบดูผู้หญิงอื่นแต่งตัวเปิดเผย อืมมม.. เป็นเพศที่เข้าใจยากจริงๆ ค่ะ 555)

ผู้เขียนสรุปได้อย่างน่าสนใจว่า สิ่งที่ผู้หญิงทำไปด้วยเหตุผลเพื่อชายหนุ่มของเรานั้น จริงๆ แล้วผู้หญิงทำไปเพื่อความมั่นใจในรูปลักษณ์ และความสุขของตนเป็นสำคัญ ต่างหาก

อ่านแล้วทำให้คิดเรื่องๆ หนึ่งขึ้นมาได้ว่า ในเรื่องของความรักนั้น ผู้หญิงเราก็กำลังเข้าใจผิดอยู่หรือเปล่า เช่น เราอาจทำตัวดีกับแฟนสุดขีด ต่อมาพอเลิกกันมักจะมีคำถามประมาณว่าทำไมเราดีขนาดนี้ยังเลิก หรือเธอรักคนเลว(ผู้ชายก็เหมือนกันค่ะ)

จริงๆ ลองมองมุมกลับดู สิ่งที่เราคิดว่าดีและทำให้เขานั้น เพราะรักและเชื่อว่าเขาต้องการ จริงๆ แล้วอาจเป็นความเข้าใจผิดก็ได้ค่ะ เพราะเขาอาจไม่ได้ต้องการสิ่งที่เราเสนอไป ซึ่งเท่ากับว่า เรากำลังเสนอในสิ่งที่เขาไม่อยากได้ ดังนั้น ก็ย่อมเป็นไปตามหลักดีมานต์ และซัพพลายแหล่ะค่ะ เขาก็ต้องไปเลือกซื้อของเจ้าอื่นที่เขาอยากได้ เป็นธรรมดา

บางครั้งความรักที่จบลงด้วยความขัดแย้งคงไม่ใช่เป็นเพราะใครดีหรือไม่ดี แต่อาจเป็นเพราะเรามองภาพบางอย่างไม่ต้องตรงกับความเป็นจริง เพราะกำลังเข้าใจอะไรบางอย่างผิดไปก็ได้ค่ะ ถ้าพลาดไป ครั้งหน้าก็อย่าลืมปรับแผนให้ต้องตรงกับความจริงด้วยนะคะ จะได้สมหวังค่ะ สู้สู้

ของว่าง - เรื่องจริงที่ผู้ชายสนใจ

ผู้ชายอาจจำช่วงเวลาแห่งวาระพิเศษจุกจิกไม่ค่อยได้ แต่จะจำช่วงเวลาของการขอผู้หญิงแต่งงานและคืนวันแต่งงานได้ดีที่สุด

ผู้ชายส่วนใหญ่ชอบผู้หญิงแต่งตัวดี เข้ากับกาลเทศะมากกว่าแต่งตัวเปิดเผยตลอดเวลา

ผู้ชายส่วนใหญ่ชอบผู้หญิงทำงาน แต่แม้ว่าผู้หญิงจะเก่งขนาดไหนในที่ทำงาน ผู้ชายก็ปรารถนาความอ่อนหวานและแอบยอมเขาบ้างยามอยู่ด้วยกัน

ผู้ชายนิยมให้ผู้หญิงแสดงความรักด้วย แต่ไม่นิยมให้ผู้หญิงคาดหวังการตอบกลับที่เท่าเทียมกัน